fbpx

มือใหม่หัดใช้ Retinol ต้องรู้อะไรบ้าง? ใช้อย่างไรให้ผิวไม่พัง

หากพูดถึงส่วนผสมที่ได้รับความนิยมในวงการสกินแคร์ Retinol คงเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นเคย เพราะเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่มีการศึกษาวิจัยรองรับเกี่ยวกับการดูแลปัญหาริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน และจุดด่างดำ แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็ลังเลที่จะเริ่มใช้ เพราะได้ยินว่าทาแล้วผิวลอก แสบ หรือระคายเคือง ความจริงแล้ว Retinol ไม่ได้น่ากลัว หากใช้อย่างถูกวิธี บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ พร้อมแนะนำวิธีเริ่มต้นใช้เรตินอลให้ผิวค่อย ๆ ปรับตัว และลดโอกาสเกิดการระคายเคือง

Retinol คืออะไร?

Retinol เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Vitamin A) ที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยมีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง Retinol มักถูกเลือกใช้เพื่อดูแลปัญหาผิว เช่น

  • ริ้วรอยแรกเริ่มและริ้วรอยตามวัย
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • จุดด่างดำหลังสิว
  • รูขุมขนที่ดูชัด
  • ผิวหมองคล้ำและผิวไม่เรียบเนียน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Retinol เป็นสารออกฤทธิ์ที่ค่อนข้างเข้มข้น ผู้เริ่มต้นใช้อาจพบอาการแห้ง ตึง หรือลอกเล็กน้อยในช่วงแรกได้


มือใหม่ใช้ Retinol อย่างไรให้ผิวค่อย ๆ ปรับตัว

1. เริ่มใช้เพียง 2–3 คืนต่อสัปดาห์

ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกคืนตั้งแต่วันแรก สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มใช้เพียง 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผิวมีเวลาปรับตัว จากนั้นจึงค่อยเพิ่มความถี่เมื่อผิวตอบสนองได้ดี

2. ใช้ในปริมาณที่พอดี

Retinol ไม่ใช่ยิ่งทามากยิ่งเห็นผลเร็ว ปริมาณประมาณ เมล็ดถั่วเขียว ก็เพียงพอสำหรับทั่วใบหน้า การใช้มากเกินไปอาจเพิ่มโอกาสเกิดการระคายเคืองโดยไม่จำเป็น

3. ทาเฉพาะตอนกลางคืน

Retinol มีความไวต่อแสง จึงควรใช้เฉพาะในช่วงกลางคืน และควรรอประมาณ 10–15 นาทีหลังล้างหน้า เพื่อให้ผิวแห้งสนิทก่อนทาผลิตภัณฑ์

4. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า Retinol ใช้ยาก คือผิวแห้งและตึง การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยเติมความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid จะช่วยให้ผิวรู้สึกสบายขึ้นระหว่างการใช้ Retinol และช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว

5. อย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวัน

แม้จะใช้ Retinol เฉพาะตอนกลางคืน แต่ในตอนเช้าควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะผิวอาจไวต่อแสงมากขึ้นระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล


สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้ Retinol

เพื่อช่วยลดโอกาสการระคายเคือง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Retinol ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น เช่น

  • AHA
  • BHA
  • ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวชนิดเข้มข้น

ในคืนเดียวกัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ Retinol นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Retinol ไม่แนะนำสำหรับสตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร และผู้ที่แพ้ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์

 

SpeZiaLise Retinol Revival Night Retreat Cream เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือไม่?

หนึ่งในความกังวลของผู้เริ่มต้นใช้ Retinol คือเรื่องการระคายเคือง SpeZiaLise Retinol Revival Night Retreat Cream ได้เลือกใช้ Rovisome® Retinol Moist 1% ซึ่งเป็นเรตินอลที่ห่อหุ้มด้วยเทคโนโลยี Rovisome® ช่วยให้สารออกฤทธิ์ค่อย ๆ ปลดปล่อยลงสู่ผิวอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองเมื่อเทียบกับเรตินอลทั่วไป พร้อมช่วยให้การซึมซาบมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจาก Retinol แล้ว ยังเสริมส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิวในหลายด้าน ได้แก่

  • Oligo Hyaluronic Acid ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟู
  • NanoWhite ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอและแลดูกระจ่างใส
  • Vitamin E สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก
  • Pistacia Lentiscus Extract ช่วยดูแลผิว ควบคุมความมัน และเสริมเกราะป้องกันผิว

จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งริ้วรอย ความหมองคล้ำ ผิวแห้ง และผิวไม่เรียบเนียนในผลิตภัณฑ์เดียว

 

ช้อป SpeZiaLise Retinol Revival Night Retreat Cream

การเริ่มต้นที่ถูกต้อง สำคัญกว่าการใช้เยอะ

Retinol เป็นส่วนผสมที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความเข้าใจในการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ทุกวันหรือใช้ในปริมาณมาก เพราะการค่อย ๆ ให้ผิวปรับตัว พร้อมเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากแสงแดด จะช่วยให้ได้รับประโยชน์จาก Retinol ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหาครีมบำรุงกลางคืนที่รวมทั้ง Retinol เทคโนโลยี Rovisome®, Hyaluronic Acid, NanoWhite และ Vitamin E ไว้ในสูตรเดียว SpeZiaLise Retinol Revival Night Retreat Cream ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลผิวอย่างครบถ้วน พร้อมลดความกังวลเรื่องการระคายเคืองสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้เรตินอล

 

🛒 ช้อปง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่
⭐เว็บไซต์ www.lab-society.com